บทความน่าสนใจ

 งบประมาณคาร์บอนทั่วโลก (The Global Carbon Budget) [ที่มา:กรมอุตุวิทยา]

 เอกสารมลพิษจากหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ: ปัญหาและแนวทาง 
โดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม [ที่มา:กรมควบคุมมลพิษ]

บทความน่าสนใจ

13 รายการ
ปัญหามลพิษหมอกควันทางอากาศในประเทศไทย ความเป็นจริงเกิดขึ้นมายาวนาน อยู่คู่กับสังคมเกษตรกรรมไทยมาตลอดชั่วอายุของเรา วัฒนะธรรมบางพื้นที่ กิจกรรมการผลิตบางประเภท การเผาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิต และการจัดการ อาจเป็นแนวทางที่ผิด หรือไม่ผิดแต่นั่นคือภูมิปัญญาที่สังสมมาจากรุ่นสู่รุ่น เช่น การทำไร่ของเกษตรกรในพื้นที่สูง การทำไร่หมุนเวียน ซึ่งวิถีชีวิตเหล่านี้ ไฟเป็นเครื่องมือหนึ่งในกระบวนการผลิต ยกตัวอย่างให้เห็นเชิงประจักร ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เราจะเรียกว่าเมืองสามหมอก จะมีทั้งหมอกเมฆหมอกฝน หน้าหนาว และก็หมอกควัน ซึ่งก็เป็นแบบนี้มายาวนาน ทำไมในอดีตถึงไม่ส่งผลถึงสุขภาพมนุษย์มากนัก ในอดีตคนทำอาชีพเกษตรกรรมซึ่งจะอยู่ในลักษณะของการยังชีพ ยังไม่ได้ทำในแบบธุรกิจมากมายดังในปัจจุบัน ที่การทำการเกษตรไม่ได้พึ่งพาการใช้สารเคมี ปุ๋ยเคมี  เพราะฉะนั้นฝุ่นพิษหรือควันที่ถูกส่งไปในชั้นบรรยากาศจะเป็นการเผาจากเศษวัสดุมากกว่า ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีทางการเกษตร นอกจากนี้ในภาคอุตสาหกรรมก็ไม่ได้มีมากมายดังเช่นปัจจุบัน ในสมัยก่อนการทำอุตสาหกรรม นิคม หรือเครื่องยนต์ หรือ รถยนต์ ประชากรในภาคครัวเรือนไม่มาก ดังนั้นการเผาในอดีตถามว่ามีใหน มีอยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน ในอดีตไม่ว่าจะเป็นพื้นที่บนพื้นที่สูงหรือพื้นราบ การเกษตรล้วนมีกิจกรรมการเผาแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดา ในส่วนการเผาฟางในนาข้าว เดิมประเทศไทยเลี้ยงปศุสัตว์จำนวนมาก ฟางข้าวเป็นของมีค่า เป็นอาหารของสัตว์เลี้ยงหลายชนิด การเผาตอชังและฟางข้าวจึงน้อยมาก ส่วนอ้อย และข้าวโพดพึ่งเข้ามามีบทบาทกับสังคมเกษตรกรรมไม่นานมานี้ในฐานะเกษตรอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการเผาในไร่อ้อยเดิมที่แรงงานตัดอ้อยไม่แพงอ้อยไฟไหม้จะน้อยมาก แต่ปัจจุบันแรงงานตัดอ้อยหาอยากและราคาแพงเกษตรกรจึงเลือกใช้แนวทางการเผาเพื่อให้สะดวกต่อการตัด ส่วนข้าวโพดพื้นที่ผลิตส่วนใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนืออยู่ใกล้ป่าสงวน หรืออยู่ในเขตป่า เป็นที่ราบหรือที่เชิงเขา ยากต่อการไถ หรือใช้เครื่องจักรเกษตรกรจึงนิยมเผาทำรายวัชพืชในการเตรียมดิน     
858 ผู้เข้าชม
โครงการ การผลิตข้าวคุณภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นโครงการภายใต้ความร่วมมือระหว่างศูนย์ข้าวชุมชน และมูลนิธิเกษตรรักษ์สิ่งแวดล้อม(ประเทศไทย)         ซึ่งเมื่อวันที่ 12-13 ธันวาคม ที่ผ่านมา ทางมูลนิธิฯได้ลงพื้นที่ไปจัดการอบรมที่ศูนย์ข้าวชุมชน อำเภอพิชัยและอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมี ดร.ตะวัน ห่างสูงเนิน ประธานมูลนิธิฯบรรยายในหัวข้อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการเผาบนพื้นที่เกษตรกรรม และได้เชิญ นายอัษฎางค์ สีหาราช ประธานคณะกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ มาเป็นวิทยากรพิเศษ บรรยายหัวข้อการไถกลบตอซังและการลดการเผาบนพื้นที่เกษตรกรรม
765 ผู้เข้าชม
พื้นที่เขตชลประทาน ในเขตพื้นที่ชลประทานซึ่งสามารถปลูกข้าวได้ต่อเนื่อง 2-3 ครั้งต่อปี หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้วไม่ต้องเผาตอซังและฟางข้าว ให้ทำการไถกลบตอซังและฟางข้าวแล้วปล่อยน้ำเข้านา โดยให้ระดับน้ำพอท่วมวัสดุ หลังจากนั้นใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำอัตรา 5 ลิตรต่อไร่ เจือจางกับน้ำ 100 ลิตร คิดเป็นอัตราส่วน 1 : 20 ราดลงในแปลงข้าวเพื่อช่วยให้ตอซังข้าวย่อยสลายได้ง่าย หมักไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ แล้วจึงทำเทือกเพื่อเตรียมเพาะปลูกข้าวครั้งใหม่ต่อไป หรือสามารถปลูกพืชไร่เศรษฐกิจชนิดอื่นได้ เช่น พืชตระกูลถั่ว ข้าวโพด ข้างฟ่าง ฯลฯ
407 ผู้เข้าชม
วันดินโลก (อังกฤษ: World Soil Day) ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี จากการประชุมขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ครั้งที่ 144 ระหว่างวันที่ 11-15 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ณ สำนักงานใหญ่องค์การเกษตรและอาหารแห่งสหประชาชาติ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ที่ประชุมได้มีมติสนับสนุนและร่วมกันผลักดันให้มีการจัดตั้ง "วันดินโลก" (World Soil Day) ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดช
522 ผู้เข้าชม
การไถกลบตอซัง หมายถึง การไถกลบตอซังข้าวหรือพืชไร่ที่มีอยู่ในไร่นาภายหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วลงไปในดินระหว่างการเตรียมพื้นที่เพาะปลูกขณะที่ดินมีความชื้น และปล่อยทิ้งไว้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้เกิดกระบวนการย่อยสลายในดินซึ่งจะกลายเป็นแหล่งของอินทรียวัตถุและธาตุอาหารพืช แล้วจึงปลูกพืชหลักตามที่ต้องการต่อไป
748 ผู้เข้าชม
เกษตรกรที่เตรียมพื้นที่สำหรับปลูกข้าวโดยทำการเผาตอซังข้าวเพื่อให้เกิดความสะดวกในการไถเตรียมดิน หรือเพื่อต้องการกำจัดวัชพืชและแมลงศัตรูพืชนั้นจะมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสมบัติของดินทั้งทางด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพ เนื่องจากความร้อนจากการเผาตอซัง ดังนี้
1077 ผู้เข้าชม
3155 ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์